Sataporn Books homepage

  หน้าแรก Pimkhammag เกี่ยวกับเรา วิธีการสั่งซื้อ ข่าวสาร ถาม-ตอบ Webboard Fanclub Links ติดต่อเรา Site Map  

Count : 127541
Login

forgot password?
  สื่อรัก...มัดหัวใจ
 
ชื่อตอน :  ตอนที่ 14 ชื่อผู้แต่ง :  ยาใจ
 

สื่อที่ 14…แน่นอน

 

                หายเข้าลึกๆ แล้วกลั้นไว้นะจ๊ะ เอ๊า..หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!”

                อี๊ด……..ฮ่าเสียงประสานที่มีมากกว่าหนึ่งทำให้เพทายเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ก่อนจะเจอบรรดากองเชียร์เจ้าของเสียงที่หน้าแดงกันไปตามๆ กันเมื่อเผลอลุ้นมากเกินไปหน่อย

                ช่วยกันเชียร์เลยค่ะ ไม่ต้องอาย ขออย่างเดียวเอาแต่เสียงไม่ต้องมีของแถมนะ

แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ดูเหมือนคุณหมอสาวจะสามารถตั้งสติได้อย่างดีเยี่ยมจนมีอารมณ์หยอกล้อกับชาวบ้าน และในสายตาใครบางคนที่เฝ้ามอง เหมือนว่าจะสติดีเกินกว่าที่ควรจะเป็นไปเสียด้วยซ้ำ

                เอ้า! พักก่อนนะจ๊ะ ถ้าท้องแข็งแล้วค่อยเบ่งอีกทีนะ

                เอาออกมาเลยไม่ได้หรือครับหมอ เดี๋ยวลูกผมมันไม่มีอากาศหายใจเอาหรอกนายเงาะที่จับมือให้กำลังใจเมียเด็กอยู่ไม่ห่างได้แต่มองการทำงานของคุณหมอด้วยความหวาดเสียว แต่ก็ยังอดที่จะถามไม่ได้

                ไม่เป็นไรน่า เชื่อหมอสิยิ้มหวานส่งความเชื่อมั่นมาให้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ทั้งคนที่กำลังจะเป็นพ่อและแม่อีกรอบนั้น สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากคนที่ยืนมองมานานที่เริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว

                มั่นใจจริงนะ เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้เพทายเหลือบไปมองคนพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนมันจะจางลงอย่างรวดเร็วเมื่อสีหน้าและแววตาที่ส่งมา ไม่ได้มีแววกวนประสาทหรือเหยียดหยามอย่างที่คาดไว้

                กลับกัน เธออาจจะตาฝาดจากการทำงานมากเกินไป เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงความห่วงใยจางๆ ที่ส่งมาพร้อมๆ กับความรวดร้าวบางอย่างที่ทำให้คนขี้สงสารใจอ่อนยวบ จนอดที่จะปลอบโยนไม่ได้

                ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เชื่อสิ ปลอดภัยทั้งแม่และลูกแน่นอนสีหน้าของคนช่างกังวลยังไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก แถมยังแฝงไปด้วยคำตำหนิในความไม่ระวังคำพูดของเธอ

                คนที่กำลังห่วงหน้าที่การงานของใครบางคนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ได้แต่กดความแปลกใจที่มีต่อคนตรงหน้าไว้ในใจอย่างพยายามไม่แสดงอคติออกมา เขาไม่ค่อยจะเจอนักหรอกว่าหมอคนไหนที่จะกล้ารับรองกับคนไข้ว่า แน่นอนส่วนมากก็จะเป็น อาจจะหรือน่าจะอย่างแย่ก็หมอจะทำอย่างดีที่สุด

                ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ เพราะถึงไม่เป็นหมอ ไม่ว่าอาชีพอะไรมันก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อย่างตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะบอกบรรดาผู้ผลิตรายย่อยได้ ว่าถ้าส่งองุ่นกับเขาจะขายได้หมดแน่นอน แต่เพราะว่างานที่หมอทำ มันเกี่ยวข้องกับชีวิต คำพูดบางอย่างจึงอาจจะดูร้ายแรงกว่าคนทั่วไปที่ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตของใคร

                เพทายรู้ตัวดีว่าพูดอะไรออกไป แน่นอนว่าปกติเธอไม่ทำอย่างนี้หรอก ถึงแม้ว่าเจ้าแสงสว่างเจิดจ้าตรงหน้าจะแยงตาแค่ไหนก็ตาม ไม่นับยัยหนูหนึ่งตัวน้อยที่ร้องรำทำเพลงอยู่รอบห้องตั้งแต่ตอนที่เธอกลับเข้ามาอีกครั้ง จนเธอต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มไม่พยายามสบตากับเจ้าวิญญาณน้อยที่อาจทำให้หลุดได้ง่ายๆ แต่ที่เธอกล้าพูดออกไป ก็เพราะเหตุผลหลายๆ อย่างที่เธอไม่สามารถวิเคราะห์ได้หมดในยามเร่งด้วยเช่นนี้

                อาจจะเพราะดวงตาคู่นั้นที่ฉายแววปกป้อง คุ้มครองอย่างห่วงใย ที่ทำให้เธออยากจะปัดเป่าความกังวลออกไป

                อาจจะเพราะข้างในของเธอที่ร้องบอก ว่าคนที่เกลียดหมอที่สุดคนนี้ จะไม่ทำร้ายหมออย่างเธอ แน่นอน

                เสียงเบ่งของคนไข้ ทำให้เพทายรีบหันกลับไปทำหน้าที่อีกครั้ง แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังไม่วาย หันมากระซิบกับร่างสูงที่เบือนหน้าหนีภาพการคลอดลูกอย่างร่าเริง พนันกันไหมล่ะ ถ้าติ๋วกับลูกไม่ปลอดภัยนะ คุณจะเอาอะไรก็ได้เลย แต่ถ้ากลับกัน พายขอกินองุ่นฟรีตลอดทั้งปีแล้วกันนะคะ

                เป็นครั้งแรกที่นาคินทร์ ได้รับรอยยิ้มหวานที่ถูกส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาจะได้เห็นรอยยิ้มนี้ก็ต่อเมื่อมีคนที่สามอยู่เท่านั้น แม้ว่าเจ้าของรอยยิ้มจะหันกลับไปทำงานอย่างขะมักเขม้นแล้ว แต่ตาของเขาก็ยังพิมพ์รอยยิ้มนั้นอยู่ไม่รู้ลืม และคงจะค้างอยู่อย่างนั้นอีกนาน ถ้าเสียงร้องแผดจ้าของเด็กทารก จะไม่เรียกภาพภายในบ้านหลังน้อยกลับคืนมาอีกครั้ง

                แว้ๆๆ

                ลูกชายจ๊ะคุณแม่ ท่าทางจะดื้อน่าดูเลยน๊า ภาพของนายเงาะกับเมียสาวที่กอดกันร้องไห้อย่างดีใจ เมื่อคนที่ดูเหมือนจะเป็นหมอตำแยที่กลายมาเป็นลูกมือของเธอชั่วคราวนำทารกน้อยที่ถูกตัดสายสะดือออกแล้วไปให้พ่อและแม่ได้ยลโฉม ทำให้คุณหมอสาวยิ้มออกมาอย่างยินดี บรรยากาศที่เคร่งเครียดภายในบ้านหลังน้อยพลอยหายไปด้วยอย่างรวดเร็ว

                ฝากใครจดหน่อยนะจ๊ะ เด็กเกิดทุ่มสิบห้านะคะ รกคลอดตอนทุ่มยี่สิบ รกครบดีไม่มีตกค้าง มดลูกหดตัวดีนะคะ

                เอ่อครับๆ ขออีกรอบครับคุณหมอ นิกรที่ยืนลุ้นอยู่ห่างๆ สะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้รับคำสั่งทางสายตาจากผู้เป็นนาย ก่อนจะล้วงเอาปากกาและเศษกระดาษในกระเป๋าเสื้อมาจดตามคำบอกของคุณหมอหน้าหวานที่ทวนซ้ำให้อย่างใจดี

                ป้าเอาเข็มกับด้ายต้มน้ำร้อนมาให้แล้วนะคะ

                ขอบคุณค่ะป้าอ้อ! ฝากหาคนเอารถออกด้วยนะคะ เพราะว่าตรงนี้คงทำได้แค่เย็บห้ามเลือดไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยไปตกแต่งกับดูอาการต่อที่โรงพยาบาล เจ้าหนูคนใหม่ก็ต้องไปฉีดยากันบาดทะยักด้วย เพราะเกิดนอกโรงพยาบาลอย่างนี้ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน

                คุณหมอสาวรับของที่สั่งไว้มา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคำสั่งที่พรั่งพรูออกมาอย่างเคยชิน

                แล้วก็คุณพ่อก็ตามไปด้วยนะ จะได้ไปแจ้งเกิดให้เรียบร้อยเลย อย่าลืมเอาทะเบียนบ้านไปด้วย คุณป้าหมอฝากดูเจ้าหนูน้อยด้วยยังไม่ต้องทำอะไรนะ เอาผ้าห่อไว้ก็พอ อีกสิบนาทีไปกันได้เลย

                บรรดาผู้คนที่อยู่ในภาวะโล่งใจ ดูเหมือนจะหมดแรงกะทันหันหลังจากที่ลุ้นกันมานาน ทำให้คำสั่งที่ยาวเหยียดของคุณหมอสาวเหมือนจะลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเสียง่ายๆ ถ้าหากจะไม่มีเสียงเข้มกระทุ้งให้ทุกคนที่มีหน้าที่สะดุ้งกันเบาๆ

                เอ้า! จะนั่งกันอีกนานไหม รีบแยกย้ายกันไปทำตามที่คุณหมอเขาสั่งสิ จากนั้นฝูงชนทั้งที่มีงานและเป็นหน่วยให้กำลังใจก็ทยอยแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เพทายจะให้สัญญาณพร้อมขนย้ายผู้ป่วยอีกครั้ง ขบวนแม่ลูกอ่อนจึงได้เริ่มเดินทางได้

                คะ เพทายที่ทำท่าจะก้าวขึ้นหลังรถตามคนไข้ไปติดๆ ได้แต่หันมามองคนที่รั้งเธอไว้เป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวันอีกครั้งอย่างแปลกใจ

                คิ้วเรียวขมวดเข้าอย่างสงสัย นี่เขามายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ แล้วแขนเธอจะช้ำมั๊ยเนี่ยโดนฉุดกระชากกี่รอบแล้วนะ วันนี้

                คุณไม่ต้องไปหรอก โรงพยาบาลแป๊บเดียวก็ถึง

                คนพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท นิกร จัดการให้เรียบร้อยล่ะ เสร็จแล้วก็กลับไปได้เลย ค่อยขับรถมาพรุ่งนี้แล้วกัน

                ครับนาย

                นิกรรับคำเบาๆ ก่อนจะมองตามร่างสองร่างที่จับจูงกันไป แต่ดูเหมือนฝ่ายที่โดนลากจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไรนัก จนนายของเขาต้องยืนเท้าเอวตั้งรับอีกครั้ง ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปแทนที่ที่เพทายจะไปนั่งอย่างรวดเร็ว สายตาแอบเหลือบมองคนทั้งคู่อีกครั้ง พร้อมกับรู้สึกได้ถึงสายตาของคนทั้งรถที่มองไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่แต่ล่ะคนจะก้มหน้าหลบตากันไป เมื่อถูกผู้จัดการไร่ส่งสายตาดุมาให้ แต่ดูเหมือนจะไม่อาจห้ามปรามอาการอมยิ้มของแต่ละคนที่เกิดขึ้นเหมือนๆ กันได้

                โธ่! นายครับ เล่นตาลอยตามติดคุณหมอหน้าหวานตั้งแต่ตอนทำคลอดกระทั่งเดินออกมาหน้าบ้านอย่างนี้ ต่อให้เจ้าหนูเกิดใหม่ก็คงรู้สึกได้แน่ๆ ประเจิดประเจ้ออย่างนี้ อย่ามาว่าผมแล้วกันถ้าข่าวลือมันจะเข้าหูสักวัน

                 

                แต่ว่า…”

                จะไปทั้งสภาพอย่างนั้นหรือยังไง เสียงดุพร้อมใบหน้าระอาทำให้คนที่อิดออดหุบปากฉับ

เพทายก้มลงมองตามสายตาของชายหนุ่ม ก่อนจะพบว่า สภาพของเธอบัดนี้ เมื่อเทียบกับคุณแม่คนใหม่ที่ได้รับการทำความสะอาดเปลี่ยนเสื้อผ้าจนดูสดใสแล้ว แทบจะดูไม่ได้เอาเสียเลย

เป็นเพราะไม่ได้มีเสื้อคลุมปลอดเชื้อแบบภายในโรงพยาบาล ทำให้เลือดจำนวนมากที่ออกมาตอนทำคลอดเปรอะเปื้อนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแขนทั้งสองข้าง และเสื้อกาวน์สั้นสีขาว โดยเฉพาะการเย็บแผลที่ลำบากกว่าปกติ ทำให้เลือดของคนไข้เปื้อนไปจนถึงเสื้อตัวในด้วยซ้ำ

พอสภาพของผู้ป่วยปลอดภัยหายห่วง เพทายจึงเพิ่งจะสำนึกได้ว่าเธอแทบจะไม่ได้ป้องกันตัวเองแม้แต่น้อย ยิ่งคุณแม่คนใหม่ที่ไม่ได้ฝากครรภที่โรงพยาบาล ย่อมไม่เคยเจาะเลือดตรวจ ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายการติดเชื้อที่อาจจะมีอยู่มาสู่คนที่สัมผัสโดยตรงอย่างเธอได้ไม่ยาก

แน่นอนว่าแม้ชีวิตคนไข้จะมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่แหมหมอที่ป่วยก็ช่วยคนไข้ไม่ได้หรอกนะ ทำให้คนที่เพิ่งนึกขึ้นได้ทำท่าละล้าละลัง ใจหนึ่งก็คิดว่าไปพร้อมคนไข้จะได้กลับไปทำความสะอาดทีเดียว อีกใจก็ว่าทำนั่งชุ่มเลือดตากลมท้ายกระบะไปไม่ไหวแน่

แล้วนาคินทร์ก็ช่วยหญิงสาวตัดสินใจโดยไม่บอกกล่าว เมื่อมือหนาจัดการปิดประตู โบกมือให้รถออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มืออีกข้างที่ยังคงเกาะกุมอยู่ที่ต้นแขนของหญิงสาวที่ออกแรงดึงไปตามทางที่เขาเดินอีกครั้ง

เดี๋ยวซิคะ คุณเดี๋ยวฉันไปพร้อมติ๋วจะได้กลับบ้านไปอาบน้ำเลยดีกว่า เพทายที่เพิ่งคิดตกหลังจากรถแล่นออกไปแล้วท้วงขึ้น เมื่อสังเคราะห์ออกมาได้ว่าถึงอยากจัดการกับตัวเองก่อน แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะสามารถทำได้สะดวกอยู่ดี

ไม่ต้องห่วงเขาหรอก คุณบอกเองนี่ว่าปลอดภัยแน่นอน อีกอย่างกว่าจะไปถึงคุณคงได้ทิ้งชุดนี้ทั้งชุดหรอก

คราบเลือดที่กำลังแห้งกรังล้วนเป็นศัตรูกับเหล่าผ้าสีขาวประหนึ่งหมากับแมว ถ้าหากต้องนั่งรถกลับโรงพยาบาลไป มีหวังถ้าไม่ทิ้งก็คงต้องถูกคุณป้าร้านซักรีดแอบมาเชือดคอไม่วันใดก็วันหนึ่งเป็นแน่

แล้วจะพาฉันไปไหนล่ะคะ เพทายที่เริ่มหมดแรงหลังจากผจญภัยมาตั้งแต่เย็น ได้แต่ถามคนที่เดินนำหน้าเสียงอ่อน ตาโตพยายามชะเง้อมองข้าวไหล่ของคนตัวสูงก่อนจะอุทานออกมาเมื่ออยู่ดีๆ กิ่งไม้ข้างทางที่ถัดกับไหล่หนาดีดมาตีหน้าเธอโดยไม่ทันได้เห็น

อุ๊ย!” เสียงร้องทำให้นาคินทร์ชะงักเท้า ก่อนจะหันมาสำรวจร่างบางอย่างตกใจ

ชู่ว์ อย่าสิ มือสกปรกจะตายอยู่เฉยๆ เสียงเข้มดุ เมื่อเห็นว่าคนที่หยีตากำลังจะใช้มือที่เปรอะเปื้อนขยี้ตาอย่างลืมตัว มือหนาตะปบมือเล็กอย่างรวดเร็ว

มันเคืองค่ะ น้ำตาใสซึมออกมาจากดวงตาที่ยุกยิกไปมาอย่างน่าสงสาร ทำให้เพทายที่ไม่อาจใช้มือได้ขยับไปมาอย่างทรมาน ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ดวงตา ช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดให้น้อยลง

นาคินทร์บรรจงลูบเอาเศษใบไม้เล็กๆ ออกจากแพขนตาสวยอย่างแผ่วเบา สำทับด้วยการเป่าลมเบาๆ ไปที่ตาข้างเดียวกันราวกับกำลังร่ายมนตร์ยามที่น้องน้อยเจ็บตัว

ไหนดูสิ น่าจะหมดแล้วนะ ยังเคืองอยู่อีกมั๊ย

ภาพลานเลือนค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากความเจ็บปวดค่อยทุเลา สิ่งที่ปรากฏหลังจากที่มือหนาเปิดเปลือกตาเบาๆ คือสีเข้มสวยที่สะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนดั่งอัญมณีน้ำงามที่ตรึงสายตาของเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย

ตาโตลอยคว้างอย่างเผลอไผล ก่อนที่มนตร์สะกดจะคลายลงช้าๆ เมื่อหญิงสาวเพิ่งรู้สึกได้ว่า นิลสีสวยคู่นั้นช่างอยู่ใกล้ใกล้จนแทบจะใช้ลมหายใจเดียวกัน

หน้าหวานผงะถอย ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เป็นการตอบคำถามเมื่อดวงตาคู่นั้นเขม้นมองมาราวกับจะถามซ้ำ ในขณะที่นาคินทร์เองก็ก้าวถอยหลัง หลังจากที่หยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันหลังกลับออกเดินต่อพร้อมกับร่างบางที่ลิ่วไปตามแรงดึงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ความมืดที่โรยรายอยู่รอบด้าน ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นใบหน้าที่ก้มลงต่ำ จะเห็นก็เพียงมือข้างที่ไม่ถูกพันธนาการที่ยกขึ้นกดลงไปที่หน้าอกด้านซ้าย หญิงสาวสัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างที่เจ้าตัวกลัวเหลือเกินว่ามันอาจจะหยุดเต้นได้ในวินาทีอันใกล้ ความร้อนบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตำแหน่งนั้น ลามเลียไปทั่วสรรพางค์กาย

ความร้อนที่รู้สึกได้ สร้างความอึดอัด สับสน มึนงง อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนเธออยากจะหลีกหนีไปให้ไกล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคอยกดความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังพวยพุ่งขึ้นมา อย่างไม่อยากที่จะรับรู้ หรือยอมรับ

ตากลมโตที่หลุบต่ำไหวระริก จับจ้องอยู่ที่ข้อมือซ้ายของตน บอกกับตัวเองว่าเพียงแค่เธอสะบัดมือใหญ่ที่เกาะกุมไว้อย่างที่เคยทำมา เธอก็จะสามารถหลบหนีความร้อนนั้นได้อย่างไม่ยากนักในตอนนี้ ก่อนที่มันอาจจะยากเย็นเหลือแสน ในอนาคตภายภาคหน้าที่ไม่อาจทำนายได้

แต่ทำไมมือของเธอมันกลับไม่ยอมเชื่อฟังสมองแม้แต่น้อย ราวกับว่ามือน้อยนั้น ต้องการที่จะหยุดนิ่งอยู่ในมือหนาอุ่นจัดข้างนั้น ทั้งที่รู้ดีว่าแรงบีบรัดเบาๆ แต่มั่นคงที่ถูกส่งมา มันช่างแสนจะทรมาน และน่าหวาดหวั่น แต่ถึงอย่างนั้นมือของเธอ ก็ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนกับมีอะไรบางอย่างคอยบงการไว้

บางอย่างที่ไม่ได้มาจากสมอง

บางอย่างที่เรียกว่าหัวใจ

โปรดติดตามอ่านต่อฉบับหน้า

 


 

 

สื่อรัก...มัดหัวใจ มีวางจัดจำหน่ายเเล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

 
ชื่อ :   สื่อรัก...มัดหัวใจ
รหัสหนังสือ :   ISBN 978-616-500-002-4
ชื่อผู้แต่ง :   ยาใจ
ราคาปกติ :   220
ราคาสมาชิก :   187

 
 
 
     
 
 
  บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด
ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายหนังสือคุณภาพ
  18 ซอยลาดปลาเค้า 63 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทร. 0-2940-3855-6, 0-2940-3979-80 / โทรสาร. 0-2940-3970
Website : www.satapornbooks.com / Email : info@satapornbooks.com