|
สื่อที่ 14…แน่นอน
“หายเข้าลึกๆ แล้วกลั้นไว้นะจ๊ะ เอ๊า..หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!”
“อี๊ด……..ฮ่า” เสียงประสานที่มีมากกว่าหนึ่งทำให้เพทายเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ก่อนจะเจอบรรดากองเชียร์เจ้าของเสียงที่หน้าแดงกันไปตามๆ กันเมื่อเผลอลุ้นมากเกินไปหน่อย
“ช่วยกันเชียร์เลยค่ะ ไม่ต้องอาย ขออย่างเดียวเอาแต่เสียงไม่ต้องมีของแถมนะ”
แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ดูเหมือนคุณหมอสาวจะสามารถตั้งสติได้อย่างดีเยี่ยมจนมีอารมณ์หยอกล้อกับชาวบ้าน และในสายตาใครบางคนที่เฝ้ามอง เหมือนว่าจะสติดีเกินกว่าที่ควรจะเป็นไปเสียด้วยซ้ำ
“เอ้า! พักก่อนนะจ๊ะ ถ้าท้องแข็งแล้วค่อยเบ่งอีกทีนะ”
“เอาออกมาเลยไม่ได้หรือครับหมอ เดี๋ยวลูกผมมันไม่มีอากาศหายใจเอาหรอก” นายเงาะที่จับมือให้กำลังใจเมียเด็กอยู่ไม่ห่างได้แต่มองการทำงานของคุณหมอด้วยความหวาดเสียว แต่ก็ยังอดที่จะถามไม่ได้
“ไม่เป็นไรน่า เชื่อหมอสิ” ยิ้มหวานส่งความเชื่อมั่นมาให้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ทั้งคนที่กำลังจะเป็นพ่อและแม่อีกรอบนั้น สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากคนที่ยืนมองมานานที่เริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว
“มั่นใจจริงนะ” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้เพทายเหลือบไปมองคนพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนมันจะจางลงอย่างรวดเร็วเมื่อสีหน้าและแววตาที่ส่งมา ไม่ได้มีแววกวนประสาทหรือเหยียดหยามอย่างที่คาดไว้
กลับกัน เธออาจจะตาฝาดจากการทำงานมากเกินไป เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงความห่วงใยจางๆ ที่ส่งมาพร้อมๆ กับความรวดร้าวบางอย่างที่ทำให้คนขี้สงสารใจอ่อนยวบ จนอดที่จะปลอบโยนไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เชื่อสิ ปลอดภัยทั้งแม่และลูกแน่นอน” สีหน้าของคนช่างกังวลยังไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก แถมยังแฝงไปด้วยคำตำหนิในความไม่ระวังคำพูดของเธอ
คนที่กำลังห่วงหน้าที่การงานของใครบางคนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ได้แต่กดความแปลกใจที่มีต่อคนตรงหน้าไว้ในใจอย่างพยายามไม่แสดงอคติออกมา เขาไม่ค่อยจะเจอนักหรอกว่าหมอคนไหนที่จะกล้ารับรองกับคนไข้ว่า ‘แน่นอน’ ส่วนมากก็จะเป็น ‘อาจจะ’ หรือ ‘น่าจะ’ อย่างแย่ก็ ‘หมอจะทำอย่างดีที่สุด’
ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ เพราะถึงไม่เป็นหมอ ไม่ว่าอาชีพอะไรมันก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อย่างตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะบอกบรรดาผู้ผลิตรายย่อยได้ ว่าถ้าส่งองุ่นกับเขาจะขายได้หมดแน่นอน แต่เพราะว่างานที่หมอทำ มันเกี่ยวข้องกับชีวิต คำพูดบางอย่างจึงอาจจะดูร้ายแรงกว่าคนทั่วไปที่ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตของใคร
เพทายรู้ตัวดีว่าพูดอะไรออกไป แน่นอนว่าปกติเธอไม่ทำอย่างนี้หรอก ถึงแม้ว่าเจ้าแสงสว่างเจิดจ้าตรงหน้าจะแยงตาแค่ไหนก็ตาม ไม่นับยัยหนูหนึ่งตัวน้อยที่ร้องรำทำเพลงอยู่รอบห้องตั้งแต่ตอนที่เธอกลับเข้ามาอีกครั้ง จนเธอต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มไม่พยายามสบตากับเจ้าวิญญาณน้อยที่อาจทำให้หลุดได้ง่ายๆ แต่ที่เธอกล้าพูดออกไป ก็เพราะเหตุผลหลายๆ อย่างที่เธอไม่สามารถวิเคราะห์ได้หมดในยามเร่งด้วยเช่นนี้
อาจจะเพราะ…ดวงตาคู่นั้นที่ฉายแววปกป้อง คุ้มครองอย่างห่วงใย ที่ทำให้เธออยากจะปัดเป่าความกังวลออกไป
อาจจะเพราะ…ข้างในของเธอที่ร้องบอก ว่าคนที่เกลียดหมอที่สุดคนนี้ จะไม่ทำร้ายหมออย่างเธอ ‘แน่นอน’
เสียงเบ่งของคนไข้ ทำให้เพทายรีบหันกลับไปทำหน้าที่อีกครั้ง แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังไม่วาย หันมากระซิบกับร่างสูงที่เบือนหน้าหนีภาพการคลอดลูกอย่างร่าเริง “พนันกันไหมล่ะ ถ้าติ๋วกับลูกไม่ปลอดภัยนะ คุณจะเอาอะไรก็ได้เลย แต่ถ้ากลับกัน พายขอกินองุ่นฟรีตลอดทั้งปีแล้วกันนะคะ”
เป็นครั้งแรกที่นาคินทร์ ได้รับรอยยิ้มหวานที่ถูกส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาจะได้เห็นรอยยิ้มนี้ก็ต่อเมื่อมีคนที่สามอยู่เท่านั้น แม้ว่าเจ้าของรอยยิ้มจะหันกลับไปทำงานอย่างขะมักเขม้นแล้ว แต่ตาของเขาก็ยังพิมพ์รอยยิ้มนั้นอยู่ไม่รู้ลืม และคงจะค้างอยู่อย่างนั้นอีกนาน ถ้าเสียงร้องแผดจ้าของเด็กทารก จะไม่เรียกภาพภายในบ้านหลังน้อยกลับคืนมาอีกครั้ง
“แว้ๆๆ”
“ลูกชายจ๊ะคุณแม่ ท่าทางจะดื้อน่าดูเลยน๊า” ภาพของนายเงาะกับเมียสาวที่กอดกันร้องไห้อย่างดีใจ เมื่อคนที่ดูเหมือนจะเป็นหมอตำแยที่กลายมาเป็นลูกมือของเธอชั่วคราวนำทารกน้อยที่ถูกตัดสายสะดือออกแล้วไปให้พ่อและแม่ได้ยลโฉม ทำให้คุณหมอสาวยิ้มออกมาอย่างยินดี บรรยากาศที่เคร่งเครียดภายในบ้านหลังน้อยพลอยหายไปด้วยอย่างรวดเร็ว
“ฝากใครจดหน่อยนะจ๊ะ เด็กเกิดทุ่มสิบห้านะคะ รกคลอดตอนทุ่มยี่สิบ รกครบดีไม่มีตกค้าง มดลูกหดตัวดีนะคะ”
“เอ่อ…ครับๆ ขออีกรอบครับคุณหมอ” นิกรที่ยืนลุ้นอยู่ห่างๆ สะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้รับคำสั่งทางสายตาจากผู้เป็นนาย ก่อนจะล้วงเอาปากกาและเศษกระดาษในกระเป๋าเสื้อมาจดตามคำบอกของคุณหมอหน้าหวานที่ทวนซ้ำให้อย่างใจดี
“ป้าเอาเข็มกับด้ายต้มน้ำร้อนมาให้แล้วนะคะ”
“ขอบคุณค่ะป้า…อ้อ! ฝากหาคนเอารถออกด้วยนะคะ เพราะว่าตรงนี้คงทำได้แค่เย็บห้ามเลือดไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยไปตกแต่งกับดูอาการต่อที่โรงพยาบาล เจ้าหนูคนใหม่ก็ต้องไปฉีดยากันบาดทะยักด้วย เพราะเกิดนอกโรงพยาบาลอย่างนี้ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน”
คุณหมอสาวรับของที่สั่งไว้มา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคำสั่งที่พรั่งพรูออกมาอย่างเคยชิน
“แล้วก็คุณพ่อก็ตามไปด้วยนะ จะได้ไปแจ้งเกิดให้เรียบร้อยเลย อย่าลืมเอาทะเบียนบ้านไปด้วย คุณป้าหมอฝากดูเจ้าหนูน้อยด้วยยังไม่ต้องทำอะไรนะ เอาผ้าห่อไว้ก็พอ อีกสิบนาทีไปกันได้เลย”
บรรดาผู้คนที่อยู่ในภาวะโล่งใจ ดูเหมือนจะหมดแรงกะทันหันหลังจากที่ลุ้นกันมานาน ทำให้คำสั่งที่ยาวเหยียดของคุณหมอสาวเหมือนจะลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเสียง่ายๆ ถ้าหากจะไม่มีเสียงเข้มกระทุ้งให้ทุกคนที่มีหน้าที่สะดุ้งกันเบาๆ
“เอ้า! จะนั่งกันอีกนานไหม รีบแยกย้ายกันไปทำตามที่คุณหมอเขาสั่งสิ” จากนั้นฝูงชนทั้งที่มีงานและเป็นหน่วยให้กำลังใจก็ทยอยแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เพทายจะให้สัญญาณพร้อมขนย้ายผู้ป่วยอีกครั้ง ขบวนแม่ลูกอ่อนจึงได้เริ่มเดินทางได้
“คะ” เพทายที่ทำท่าจะก้าวขึ้นหลังรถตามคนไข้ไปติดๆ ได้แต่หันมามองคนที่รั้งเธอไว้เป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวันอีกครั้งอย่างแปลกใจ
คิ้วเรียวขมวดเข้าอย่างสงสัย นี่เขามายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ แล้วแขนเธอจะช้ำมั๊ยเนี่ยโดนฉุดกระชากกี่รอบแล้วนะ วันนี้
“คุณไม่ต้องไปหรอก โรงพยาบาลแป๊บเดียวก็ถึง”
คนพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท “นิกร จัดการให้เรียบร้อยล่ะ เสร็จแล้วก็กลับไปได้เลย ค่อยขับรถมาพรุ่งนี้แล้วกัน”
“ครับนาย”
นิกรรับคำเบาๆ ก่อนจะมองตามร่างสองร่างที่จับจูงกันไป แต่ดูเหมือนฝ่ายที่โดนลากจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไรนัก จนนายของเขาต้องยืนเท้าเอวตั้งรับอีกครั้ง ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปแทนที่ที่เพทายจะไปนั่งอย่างรวดเร็ว สายตาแอบเหลือบมองคนทั้งคู่อีกครั้ง พร้อมกับรู้สึกได้ถึงสายตาของคนทั้งรถที่มองไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่แต่ล่ะคนจะก้มหน้าหลบตากันไป เมื่อถูกผู้จัดการไร่ส่งสายตาดุมาให้ แต่ดูเหมือนจะไม่อาจห้ามปรามอาการอมยิ้มของแต่ละคนที่เกิดขึ้นเหมือนๆ กันได้
โธ่! นายครับ เล่นตาลอยตามติดคุณหมอหน้าหวานตั้งแต่ตอนทำคลอดกระทั่งเดินออกมาหน้าบ้านอย่างนี้ ต่อให้เจ้าหนูเกิดใหม่ก็คงรู้สึกได้แน่ๆ ประเจิดประเจ้ออย่างนี้ อย่ามาว่าผมแล้วกันถ้าข่าวลือมันจะเข้าหูสักวัน
“แต่ว่า…”
“จะไปทั้งสภาพอย่างนั้นหรือยังไง” เสียงดุพร้อมใบหน้าระอาทำให้คนที่อิดออดหุบปากฉับ
เพทายก้มลงมองตามสายตาของชายหนุ่ม ก่อนจะพบว่า สภาพของเธอบัดนี้ เมื่อเทียบกับคุณแม่คนใหม่ที่ได้รับการทำความสะอาดเปลี่ยนเสื้อผ้าจนดูสดใสแล้ว แทบจะดูไม่ได้เอาเสียเลย
เป็นเพราะไม่ได้มีเสื้อคลุมปลอดเชื้อแบบภายในโรงพยาบาล ทำให้เลือดจำนวนมากที่ออกมาตอนทำคลอดเปรอะเปื้อนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแขนทั้งสองข้าง และเสื้อกาวน์สั้นสีขาว โดยเฉพาะการเย็บแผลที่ลำบากกว่าปกติ ทำให้เลือดของคนไข้เปื้อนไปจนถึงเสื้อตัวในด้วยซ้ำ
พอสภาพของผู้ป่วยปลอดภัยหายห่วง เพทายจึงเพิ่งจะสำนึกได้ว่าเธอแทบจะไม่ได้ป้องกันตัวเองแม้แต่น้อย ยิ่งคุณแม่คนใหม่ที่ไม่ได้ฝากครรภที่โรงพยาบาล ย่อมไม่เคยเจาะเลือดตรวจ ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายการติดเชื้อที่อาจจะมีอยู่มาสู่คนที่สัมผัสโดยตรงอย่างเธอได้ไม่ยาก
แน่นอนว่าแม้ชีวิตคนไข้จะมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่แหม…หมอที่ป่วยก็ช่วยคนไข้ไม่ได้หรอกนะ ทำให้คนที่เพิ่งนึกขึ้นได้ทำท่าละล้าละลัง ใจหนึ่งก็คิดว่าไปพร้อมคนไข้จะได้กลับไปทำความสะอาดทีเดียว อีกใจก็ว่าทำนั่งชุ่มเลือดตากลมท้ายกระบะไปไม่ไหวแน่
แล้วนาคินทร์ก็ช่วยหญิงสาวตัดสินใจโดยไม่บอกกล่าว เมื่อมือหนาจัดการปิดประตู โบกมือให้รถออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มืออีกข้างที่ยังคงเกาะกุมอยู่ที่ต้นแขนของหญิงสาวที่ออกแรงดึงไปตามทางที่เขาเดินอีกครั้ง
“เดี๋ยวซิคะ คุณ…เดี๋ยวฉันไปพร้อมติ๋วจะได้กลับบ้านไปอาบน้ำเลยดีกว่า” เพทายที่เพิ่งคิดตกหลังจากรถแล่นออกไปแล้วท้วงขึ้น เมื่อสังเคราะห์ออกมาได้ว่าถึงอยากจัดการกับตัวเองก่อน แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะสามารถทำได้สะดวกอยู่ดี
“ไม่ต้องห่วงเขาหรอก คุณบอกเองนี่ว่าปลอดภัยแน่นอน อีกอย่างกว่าจะไปถึงคุณคงได้ทิ้งชุดนี้ทั้งชุดหรอก”
คราบเลือดที่กำลังแห้งกรังล้วนเป็นศัตรูกับเหล่าผ้าสีขาวประหนึ่งหมากับแมว ถ้าหากต้องนั่งรถกลับโรงพยาบาลไป มีหวังถ้าไม่ทิ้งก็คงต้องถูกคุณป้าร้านซักรีดแอบมาเชือดคอไม่วันใดก็วันหนึ่งเป็นแน่
“แล้วจะพาฉันไปไหนล่ะคะ” เพทายที่เริ่มหมดแรงหลังจากผจญภัยมาตั้งแต่เย็น ได้แต่ถามคนที่เดินนำหน้าเสียงอ่อน ตาโตพยายามชะเง้อมองข้าวไหล่ของคนตัวสูงก่อนจะอุทานออกมาเมื่ออยู่ดีๆ กิ่งไม้ข้างทางที่ถัดกับไหล่หนาดีดมาตีหน้าเธอโดยไม่ทันได้เห็น
“อุ๊ย!” เสียงร้องทำให้นาคินทร์ชะงักเท้า ก่อนจะหันมาสำรวจร่างบางอย่างตกใจ
“ชู่ว์ อย่าสิ มือสกปรกจะตาย…อยู่เฉยๆ” เสียงเข้มดุ เมื่อเห็นว่าคนที่หยีตากำลังจะใช้มือที่เปรอะเปื้อนขยี้ตาอย่างลืมตัว มือหนาตะปบมือเล็กอย่างรวดเร็ว
“มันเคืองค่ะ” น้ำตาใสซึมออกมาจากดวงตาที่ยุกยิกไปมาอย่างน่าสงสาร ทำให้เพทายที่ไม่อาจใช้มือได้ขยับไปมาอย่างทรมาน ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ดวงตา ช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดให้น้อยลง
นาคินทร์บรรจงลูบเอาเศษใบไม้เล็กๆ ออกจากแพขนตาสวยอย่างแผ่วเบา สำทับด้วยการเป่าลมเบาๆ ไปที่ตาข้างเดียวกันราวกับกำลังร่ายมนตร์ยามที่น้องน้อยเจ็บตัว
“ไหนดูสิ น่าจะหมดแล้วนะ ยังเคืองอยู่อีกมั๊ย”
ภาพลานเลือนค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากความเจ็บปวดค่อยทุเลา สิ่งที่ปรากฏหลังจากที่มือหนาเปิดเปลือกตาเบาๆ คือสีเข้มสวยที่สะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนดั่งอัญมณีน้ำงามที่ตรึงสายตาของเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย
ตาโตลอยคว้างอย่างเผลอไผล ก่อนที่มนตร์สะกดจะคลายลงช้าๆ เมื่อหญิงสาวเพิ่งรู้สึกได้ว่า นิลสีสวยคู่นั้นช่างอยู่ใกล้…ใกล้จนแทบจะใช้ลมหายใจเดียวกัน
หน้าหวานผงะถอย ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เป็นการตอบคำถามเมื่อดวงตาคู่นั้นเขม้นมองมาราวกับจะถามซ้ำ ในขณะที่นาคินทร์เองก็ก้าวถอยหลัง หลังจากที่หยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันหลังกลับออกเดินต่อพร้อมกับร่างบางที่ลิ่วไปตามแรงดึงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ความมืดที่โรยรายอยู่รอบด้าน ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นใบหน้าที่ก้มลงต่ำ จะเห็นก็เพียงมือข้างที่ไม่ถูกพันธนาการที่ยกขึ้นกดลงไปที่หน้าอกด้านซ้าย หญิงสาวสัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างที่เจ้าตัวกลัวเหลือเกินว่ามันอาจจะหยุดเต้นได้ในวินาทีอันใกล้ ความร้อนบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตำแหน่งนั้น ลามเลียไปทั่วสรรพางค์กาย
ความร้อนที่รู้สึกได้ สร้างความอึดอัด สับสน มึนงง อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนเธออยากจะหลีกหนีไปให้ไกล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคอยกดความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังพวยพุ่งขึ้นมา อย่างไม่อยากที่จะรับรู้ หรือยอมรับ
ตากลมโตที่หลุบต่ำไหวระริก จับจ้องอยู่ที่ข้อมือซ้ายของตน บอกกับตัวเองว่าเพียงแค่เธอสะบัดมือใหญ่ที่เกาะกุมไว้อย่างที่เคยทำมา เธอก็จะสามารถหลบหนีความร้อนนั้นได้อย่างไม่ยากนักในตอนนี้ ก่อนที่…มันอาจจะยากเย็นเหลือแสน ในอนาคตภายภาคหน้าที่ไม่อาจทำนายได้
แต่ทำไม…มือของเธอมันกลับไม่ยอมเชื่อฟังสมองแม้แต่น้อย ราวกับว่ามือน้อยนั้น ต้องการที่จะหยุดนิ่งอยู่ในมือหนาอุ่นจัดข้างนั้น ทั้งที่รู้ดีว่าแรงบีบรัดเบาๆ แต่มั่นคงที่ถูกส่งมา มันช่างแสนจะทรมาน และน่าหวาดหวั่น แต่ถึงอย่างนั้นมือของเธอ ก็ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนกับมีอะไรบางอย่างคอยบงการไว้
บางอย่างที่ไม่ได้มาจากสมอง
บางอย่างที่เรียกว่า…หัวใจ
โปรดติดตามอ่านต่อฉบับหน้า
สื่อรัก...มัดหัวใจ มีวางจัดจำหน่ายเเล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
|
|
| ชื่อ : |
|
สื่อรัก...มัดหัวใจ |
| รหัสหนังสือ : |
|
ISBN 978-616-500-002-4 |
| ชื่อผู้แต่ง : |
|
ยาใจ |
| ราคาปกติ : |
|
220 |
| ราคาสมาชิก : |
|
187 |
 |
|
|