Username
  Login  
Password ลืมรหัสผ่าน?
 
Webboard > Forums > PIMKHAM MAG Cafe' > คุยกับนักเขียน ตอนที่5: รักสามฤดูของสามนักเขียน
counter 12025969
คุยกับนักเขียน ตอนที่5: รักสามฤดูของสามนักเขียน Page


สวัสดีครับ สำหรับคอลัมน์คุยกับนักเขียนฉบับนี้พิเศษกว่าฉบับก่อนๆ เพราะเราได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเขียนสาวสวยจากสนพ.ชูการ์บีทพร้อมกันสามคน นั่นคือ เก้าแต้ม สะมะเรีย และผักบุ้ง
ทั้งสามคนต่างก็มีผลงานนิยายที่โดดเด่นและน่าสนใจ แต่อะไรที่ทำให้นักเขียนสาวทั้งสามคนมาเข้าวงโคจรกัน จนเกิดเป็นนิยายรักสามฤดู คือ “คิมหันต์มายา” “มนตราเหมันต์” และ”วสันต์รัญจวน” ขึ้นมาได้นะ? และเพียงแค่วางจำหน่ายไปได้ไม่นาน ก็มีกระแสตอบรับดีมากๆ จนสนพ.ชูการ์บีทต้องสั่งตีพิมพ์เพิ่มอีก แล้วนิยายรักสามฤดูเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? กว่าจะออกวางแผงทั่วประเทศ พวกเธอต้องเจออะไรมาบ้าง? และอะไรคือความหมายของคิมหันต์ เหมันต์ และวสันต์? ถ้าอยากรู้ เราไปพบกับพวกเธอดีกว่าครับ




ที่มาของนามปากกาของแต่ละคน

เก้าแต้ม : เดิมใช้นามปากกาว่า tangtangmeow แต่ตอนนั้นพี่โป่งซึ่งเป็นบ.ก. บอกว่า คนจะอ่านยาก ก็เลยแนะนำให้เปลี่ยนเป็นภาษาไทย ปกติแล้วมักจะใช้นามปากกาเกี่ยวกับแมวมาตลอด ก็เลยมาถูกใจชื่อ เก้าแต้ม เป็นชื่อของแมวมงคลของไทยค่ะ

สะมะเรีย : อ่านเจอในนิตยสารเล่มหนึ่งพูดถึงสมาคมสมาริตันส์ ซึ่งเป็นสมาคมที่ให้บริการเป็นเพื่อนพูดคุยทางโทรศัพท์โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย มีดอกสะมาเรีย ซึ่งก็คือดอกบัวสวรรค์หรือดอกบัวดินเป็นสัญลักษณ์ของสมาคม สะมะเรียอ่านแล้วชอบมากจึงนำมาใช้เป็นนามปากกา แต่ตอนจะใช้ดันเขียนผิดจาก สะมาเรีย เป็น สะมะเรีย จึงเป็นที่มาของนามปากกาด้วยประการฉะนี้ค่ะ

ผักบุ้ง : มาจากชื่อเล่นค่ะ ตอนแรกเลยผักบุ้งใช้นามปากกว่า “นู๋ผักบุ้ง” เพราะว่าเมื่อก่อนแต่งนิยายแนววัยรุ่น แล้วคิดนามปากกาไม่ออกเพราะว่าแต่งลงอินเตอร์เนตเล่นๆเฉยๆ แต่ปรากฏว่า “หนูผักบุ้ง” มันซ้ำกับสมาชิกคนอื่นก่อนแล้ว เลยใช้เป็น “นู๋” แทนค่ะ อาจจะเป็นภาษาวิบัติ แต่ตอนนี้ผักบุ้งกลับชอบนะคะ รู้สึกว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของเรา เป็นชื่อเฉพาะ ไม่มีใครเหมือน ^^ ตอนหลังมาเขียนนิยายโตขึ้น บ.ก. ก็เลยแนะว่าให้ตัดคำว่า “นู๋” ออกไป กลายเป็น “ผักบุ้ง” เฉยๆ นามปากกาเราก็จะดูโตขึ้นตามแนวนิยายที่เขียนด้วยค่ะ แต่ว่านิยายวัยรุ่นผักบุ้งก็ยังเขียนอยู่นะคะ เพียงแต่เขียนน้อยลง


ปัจจุบันทำงานอะไรเป็นอาชีพหลัก

เก้าแต้ม : เป็นสูตินรีแพทย์ค่ะ อยู่รพ เอกชนค่ะ งานหลักคือ ทำคลอดและตรวจคนไข้ เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรกค่ะ

สะมะเรีย : ตอนนี้กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เพราะเรียนจบเอกภาษาญี่ปุ่นเลยมาหาประสบการณ์และศึกษาวัฒนธรรมจากประเทศเจ้าของภาษาที่ร่ำเรียนมา ถือโอกาสพักผ่อนและท่องเที่ยวไปด้วยเลยค่ะ

ผักบุ้ง : ปัจจุบันเรียนอยู่ปีสุดท้ายค่ะ กำลังเป็นคุณครูฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่ง เดือนมีนาปีหน้าก็จะจบแล้วค่ะ ^^ ยังไม่ได้มองงานอะไรไว้เป็นพิเศษเลย ตั้งใจว่าจะต่อปริญญาโท แล้วก็เขียนหนังสือส่ง สนพ. ไปด้วยค่ะ เพราะว่างานเขียนเป็นอะไรที่เราชอบอยู่แล้ว อยากจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบงานที่เราชอบจริงๆ เนื่องจากการเป็นคุณครูฝึกสอนค่อนข้างเหนื่อยมาก ทำให้ผักบุ้งไม่แน่ใจว่าจบแล้วจะเป็นครูรึเปล่า (อิอิ)


แบ่งเวลาเขียนนิยาย ทำงานประจำ และชีวิตส่วนตัวอย่างไร

เก้าแต้ม : ส่วนใหญ่จะเขียนนิยายตอนกลางคืนค่ะ หรือไม่ก็ตอนกลางวันถ้าหากเป็นวันหยุด เวลาไม่ค่อยแน่นอนค่ะ แต่ตั้งใจไว้ว่า ทุกวันจะต้องเขียนค่ะ แต่ถ้าคนไข้เยอะก็พักยาวไปเลยเพราะต้องดูแลคนไข้เป็นงานหลักค่ะ

สะมะเรีย : กลางวันไปเรียนค่ะ หลังจากสามทุ่มขึ้นไปถึงจะเริ่มเขียนนิยายจนถึงเที่ยงคืน ถ้าช่วงไหนมีสอบก็จะงดไปเลย แต่ถ้าเป็นวันหยุดก็จะคลุกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน อ่านนิยายออนไลน์ในพิมพ์คำแม็ก แชทกับเพื่อนๆ และเขียนนิยายไปด้วย

ผักบุ้ง : ปรกตินิยายคือชีวิตไปแล้ว (ฮ่าๆๆ) เวลาไปสอนหนังสือที่โรงเรียน มีชั่วโมงว่างที่เราไม่มีสอน และครูพี่เลี้ยงไม่ได้ให้ช่วยงานอะไร ผักบุ้งก็จะเปิดโน้ตบุ๊ค แต่งนิยายทันที หลายๆคนชอบคิดว่าผักบุ้งแต่งเร็ว แต่จริงๆแล้วเพราะว่านิยายอยู่กับผักบุ้งตลอดเวลามากกว่าค่ะ ไปไหนมาไหนก็คิดฉากคิดอะไรตลอด จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วจริงๆ ก็เลยมีเวลาให้กับงานเขียนเยอะมากจนกลายเป็นว่าผักบุ้งเขียนเร็วไป แต่จริงๆแล้วมีบางคนเขียนไวกว่าหนูอีกนะ ^^

ทั้งสามคนมาร่วมกันเขียนนิยายรัก3ฤดูได้อย่างไร ทำไมถึงเลือกทะเลทรายเป็นTheme และแบ่งชื่อเรื่องเป็น ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

ผักบุ้ง : พี่อ้อม(สะมะเรีย)ทัก msn มาว่าอยากแต่งนิยายเป็นเซต โดยพี่อ้อมได้คุยกับพี่เหมียวไว้แล้ว ด้วยความที่ผักบุ้งยังเป็นนักเขียนมือใหม่สำหรับแนวผู้ใหญ่อยู่ ก็เลยรู้สึกดีใจมากที่พี่ๆทั้งสองอุตส่าห์มาชวนเรา ผักบุ้งจึงตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเล

สะมะเรีย : เริ่มมาจากการที่สะมะเรียสนิทกับพี่เหมียว(เก้าแต้ม) เลยคุยกันว่าอยากลองเขียนนิยายเป็นเซตร่วมกันดูสักครั้ง สะมะเรียจึงชวนน้องบุ้ง(ผักบุ้ง)มาเขียนด้วยอีกคน จึงเป็นสามคนค่ะ แรกเริ่มเลยเราสามคนก็ช่วยกันคิดพล็อตเรื่อง และชื่อเรื่องค่ะ ช่วยกันคิดอยู่นานมาก จนออกมาเป็น คิมหันต์มายา มนตราเหมันต์ วสันต์รัญจวน แบ่งกันอย่างลงตัวโดยไล่ตามอายุ (ฮ่าๆๆแอบแซว...อย่าว่าหนูนะคะ) เปล่าค่ะ แบ่งตามตัวละครที่คิดไว้ตั้งแต่แรกต่างหาก แบ่งเป็นพี่คนโต น้องคนกลาง และน้องสาวคนสุดท้องค่ะ

เก้าแต้ม : ตอนแรกนั้นพล๊อตเป็นพี่น้องสามคน พี่ชายสองคนเป็นฝาแฝด สิ่งที่คิดไว้ก็คือ บุคลิกและอุปนิสัยใจคอของทั้งสามคนที่แตกต่างกันค่ะ นึกถึงอย่างแรกก็คือ ฤดู คือ คือ ฤดูร้อน หนาว และฝน  โดยพี่เขียนคนแรก อ้อมเขียนพี่ชายคนรอง และน้องบุ้งเขียนน้องสาวคนเล็กค่ะ

สะมะเรีย : เราสามคนจึงนำพล็อตเรื่องไปเสนอบ.ก.พี่โป่ง แล้วจึงเริ่มเขียนค่ะ โดยชาร์มาส(คิมหันต์มายา)จะมีนิสัยใจร้อน และเจ้าชู้ ส่วนซาฮาริช(มนตราเหมันต์)หากดูจากภายนอกจะเย็นชา ทว่าเมื่อได้รู้จักจริงๆ จะเป็นคนที่อบอุ่นและขี้เล่นค่ะ ทางด้านน้องสาวคนเล็กอามายา(วสันต์รัญจวน) มีนิสัยดื้อรั้น และค่อนข้างเอาแต่ใจ ซึ่งเราวางตัวละครตัวเอกของเรื่องให้มีนิสัยเข้ากับฤดูที่เราแบ่งกันในตอนต้น อีกทั้งชื่อของตัวละครก็ยังมีความหมายตามฤดูนั้นๆ ค่ะ

ผักบุ้ง : ส่วนชื่อเรื่องที่ต้องเป็นฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว เริ่มมาจากที่เราคุยกันแล้วรู้สึกว่าถ้ามันเป็นเซต ชื่อเรื่องก็น่าจะเป็นอะไรที่อ่านแล้วรู้สึกได้ว่านิยาย 3 เรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน แล้วบ้านเราก็มี 3 ฤดูอยู่แล้ว พอดีกับเรา 3 คน ก็เลยตกลงใจเลือกเป็น 3 ฤดูค่ะ โดยแบ่งนิสัยของตัวละครตามฤดูทั้ง 3 อย่างคิมหันต์ก็จะเร่าร้อนแบบชาร์มาส พระเอกนิยายพี่เหมียว ส่วนเหมันต์ก็จะเย็นชา สุดท้ายวสันต์ตอนแรกคิดหนักเหมือนกันว่าคนเราจะมีนิสัยเป็นฝนได้ยังไง จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า ฝนฟ้าอารมณ์แปรปรวน อามายา นางเอกของเรื่องจึงออกมาเป็นสาวค่อนข้างเอาแต่ใจ อารมณ์แปรปรวนนั่นเอง (อิอิ)

สะมะเรีย : ระหว่างที่เขียน มีปัญหาติดขัดในเรื่องภาษา คือเราทั้งสามคนจะเขียนนิยายกันคนล่ะสไตล์ซึ่งทำให้เชื่อมต่อกันลำบาก จากเดิมชาร์มาสและซาฮาริชเป็นพี่น้องฝาแฝดที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้ว โดยมีอามายาเป็นน้องนุชสุดท้อง จึงมีอันต้องแยกจากกัน ใจหายเลยค่ะเพราะรู้สึกรักและผูกพันธ์กับตัวละครเสียแล้ว เลยกลายเป็นเซตทะเลทรายที่มีชื่อคล้องกัน แต่ไม่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด


เกี่ยวกับ คิมหันต์มายา
เก้าแต้ม : ส่วนตัวเองนั้นได้คนพี่ใหญ่สุด ดังนั้นนิสัยจึงตั้งไว้ว่า ต้องใจร้อน ต้องแรง เหมือนฤดูร้อน อารมณ์ของเขาพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่อยู่ข้างๆ ก็เลยเป็นที่มาของชาร์มาสค่ะส่วนนางเอกเมื่อพระเอกร้อนแล้ว นางเอกก็ต้องเย็นและอ่อนหวาน ก็เลยคิดถึง โซมายาค่ะ ซึ่งชื่อนางเอก แปลว่า ดอกไม้ค่ะ เป็นเรื่องที่เขียนแล้วมีความสุขค่ะ เพราะว่า พระเอกออกแนวเจ้าชู้มือไว และก็อารมณ์แรงพอเขียนก็เริ่มตกหลุมรักพระเอกค่ะ


เกี่ยวกับมนตราเหมันต์

สะมะเรีย : มนตราเหมันต์เป็นเรื่องแรกที่สะมะเรียเขียนนิยายแนวปัจจุบัน และเป็นพระเอกคนแรกที่ไม่โหดเหี้ยม ซาดิสต์ ทารุณนางเอก ตอนแรกตั้งใจจะเขียนให้ชีคซาฮาริชเย็นชาสุดๆ ไปเลย แต่กลายเป็นว่าชีคซาฮาริชไม่ยอมค่ะ (อาจจะคิดว่าสะมะเรียบ้า แต่สะมะเรียเชื่อว่าตัวละครทุกตัวมีชีวิตและเค้ากำหนดเส้นทางของตัวเอง เราเป็นเพียงผู้เขียนเท่านั้น) สุดท้ายชีคซาฮาริชจึงกลายเป็นคนที่ดูเย็นชาแต่เพียงภายนอก ทว่าภายในแล้วกลับอบอุ่น มีมุมที่อ่อนโยนคอยดูแลนางเอก ชีคซาฮาริชจึงเป็นพระเอกคนแรกของสะมะเรียที่ทั้งหล่อและอบอุ่นค่ะ

อีกอย่างที่สะมะเรียประทับใจในเรื่องก็คือฉากท่องเที่ยวต่างๆ สะมะเรียเขียนแล้วมีความสุขเพราะได้พาพระนางท่องเที่ยวไปในดินแดนทะเลทราย ขี่อูฐ นั่งรถตะลุยเนินทราย ชมการแข่งขันอูฐ ฯ สะมะเรียจึงสนุกกับการเขียนเพราะว่าได้รับความรู้ใหม่ๆ จากการหาข้อมูลมาเขียนนิยายค่ะ


เกี่ยวกับ วสันต์รัญจวน

ผักบุ้ง : เป็นเรื่องแรกที่มีอุปสรรคเยอะมากในการเขียนค่ะ เริ่มต้นจากที่พี่เหมียวกับพี่อ้อมเขียนนิยายแนวอาหรับมาก่อน ส่วนหนูไม่เคยเขียน (และไม่เคยคิดจะเขียน)เพราะว่าเราไม่ถนัดด้านนี้ค่ะ แต่ถ้าให้อ่านก็อ่านได้ พอรู้ว่าจะต้องมาเขียนแนวอาหรับปุ๊บ หนูก็ต้องลงมือทำการบ้านอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น ชื่อตัวละคร วิถีชีวิต วัฒนธรรม ฉาก เป็นอะไรที่ใหม่หมดสำหรับเราค่ะ

แต่น่าเสียดายที่ตอนหลังสไตล์การเขียนของเราสามคนต่างกันมาก หมายถึง สำนวนภาษา และการเล่าเรื่อง จึงได้ตกลงแยกพล็อตออกจากกัน จากที่ ชาร์มาส ซาฮาริช และอามายา เป็นพี่น้องกัน ก็เลยกลายเป็นว่าไม่รู้จักกันเลย อยู่คนละรัฐ อยู่คนละประเทศค่ะ

ตอนนั้นยอมรับว่าค่อนข้างเสียใจค่ะ ที่อยู่ๆจะต้องแยกพล็อตออกจากกัน เพราะว่ามิตรภาพดีๆ ก็เริ่มต้นมาจากพล็อตนี้แหล่ะ แต่ในเมื่อต้องแยก ผักบุ้งจึงตัดสินใจเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างที่คิดจะใส่ลงไปในตอนแรกเกือบหมด จากทะเลทรายอาหรับ กลายมาเป็นเรื่องราวแถบเทือกเขาหิมาลัย

เพราะว่าในเรื่อง พระเอกจะต้องล้อนางเอกที่เคยอ้วนเมื่อสมัยเด็กๆว่า “ยัยหมูอ้วน” ซึ่งขัดกับหลักศาสนาอิสลามค่ะ ตอนแรกปรึกษาพี่ซ่อนกลิ่น ได้ยินว่าถ้าเป็นอิสลาม เขาจะเรียกกันว่า “ยัยแตงโม” แต่เราฟังแล้วก็ไม่เจ็บเนอะ เราเป็นคนไทยนี่นา ยังไงๆก็ต้องหมูอ้วนล่ะ ก็เลยคิดว่าย้ายมาเป็นแถบอื่นดีกว่า ซึ่งหิมาลัยก็ไม่เคยแต่งมาก่อนเหมือนกัน แต่เห็นแถบๆนั้นมีทั้งหิมะ มีทั้งทะเลทราย น่าสนใจดี ก็เลยหยิบจับมาเป็นวสันต์รัญจวนเล่มนี้ ^^


ทั้งสามคนหาข้อมูลเกี่ยวกับทะเลทรายมาเขียนได้อย่างไร

เก้าแต้ม : เริ่มต้นหาในอินเตอร์เนทค่ะ ตอนนั้นได้สร้างเมืองสมมุติขึ้นมาโดยเอาประเทศในคาบสมุทรเปอร์เซียเป็นตัวอ้างอิง ของพี่ใช้ประเทศดูไบและโอมานมาเป็นไอเดียค่ะ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ตึกรามบ้านช่อง ตั้งใจว่า จะให้เป็นแนวทะเลทรายแต่สมัยใหม่หน่อย ไม่ใช่ขี่ม้าฟันดาบค่ะ

สะมะเรีย : โดยส่วนตัวสะมะเรียชอบอ่านนิยายเกี่ยวกับชีค ทะเลทราย และอียิปต์ อยู่แล้วค่ะ ข้อมูลต่างๆ ก็หาจากในอินเตอร์เน็ต ทางด้านวัฒนธรรมของอาหรับจะค่อนข้างเหมือนกับพี่น้องชาวมุสลิมของไทยเรา สะมะเรียค่อนข้างโชคดีเพราะมีพ่อเลี้ยงเป็นมุสลิม และรอบๆ บ้านก็มีแต่มุสลิมค่ะ พอมีตรงไหนที่เราไม่รู้เราก็จะถามจากผู้รู้โดนตรงเลย

ผักบุ้ง : ก็หาจากอินเตอร์เน็ตค่ะ แล้วก็อ่านนิยายแนวทะเลทรายของคนอื่นบ้าง ดูว่าเขาเขียนอะไร มีอะไร เป็นแนวทางให้เราได้คิดด้วยค่ะ อย่างเรื่องแรกของผักบุ้งที่เขียนทะเลทรายจะเป็นโกบีค่ะ ก็จะหาข้อมูลจากในเนตก่อน พอรู้สึกว่าไม่พอก็ไปซื้อนิยายเรื่องโกบี ของคุณโสภาค สุวรรณ มาอ่าน

นอกจากนี้ยังมีถามจากผู้รู้โดยตรงด้วย ก็จะเป็นนักเขียนอีกท่านหนึ่งที่เรียนด้านประวัติศาสตร์แถบจีน-มองโกลโดยตรง ที่ผักบุ้งบังเอิญรู้จักทางอินเตอร์เนต พี่เขาก็จะช่วยค้นข้อมูลมาให้ค่ะ อีกคนที่มักจะเจอผักบุ้งทัก msn ไปปรึกษาบ่อยๆก็คือพี่ซ่อนกลิ่น เพราะพี่เขาเขียนนิยายแนวทะเลทรายมาเยอะแล้ว ก็เลยแนะนำอะไรเราได้เยอะค่ะ รวมทั้งพี่อ้อมกับพี่เหมียวด้วย แต่ส่วนมากผักบุ้งกับพี่อ้อมจะถนัดไปทางเม้าท์กระจายเรื่องอื่นจนลืมเขียนนิยายมากกว่า (พากันอู้) 555


เล่าถึงอุปสรรคในการเขียนนิยายของแต่ละคน

เก้าแต้ม : เริ่มต้นก็คือ หลังจากได้พล๊อตของแต่ละคนแล้ว ก็คือ ทำให้นิยายแต่ละเล่มเข้ากับคอนเซปต์ของชื่อเรื่องค่ะ อย่างของพี่ ชื่อคิมหันต์มายา หมายถึง ฤดูร้อน พี่ก็เลยพยายามให้พระเอกร้อนแรงหน่อย ตั้งแต่ ชื่อ ซึ่งหมายถึง พระอาทิตย์และก็นิสัยที่ใจร้อนมุทะลุ รวมถึงเหตุการณ์ในเรื่องซึ่งก็จะเป็นโทนร้อนแรง คือ มีฆาตกรรมและมีโรมานซ์ปนอยู่ค่อนข้างเยอะค่ะ นับว่า เป็นแนวที่ท้าทายโดยเฉพาะเรื่องฆาตกรรมที่พี่ไม่ค่อยถนัด ทำให้ต้องใช้เวลาปรับอยู่ค่อนข้างนานค่ะ

สะมะเรีย : นิยายทั้งสามเรื่องวางพล็อตและตกลงเขียนร่วมกับพี่เหมียวและน้องบุ้งตั้งแต่ต้นปี แต่ก็ยังไม่ลงตัวเรื่อยมาจนเดือนมีนาคม (ถ้าสะมะเรียจำไม่ผิด) จึงเริ่มลงมือเขียนค่ะ

ระหว่างนั้นสะมะเรียค่อนข้างฉุกระหุก เพราะไม่สบายต้องเข้ารับการผ่าตัด พอออกจากโรงพยาบาลพักฟื้นได้ไม่นานก็ต้องเดินทางมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่นตามกำหนดการ จึงทำให้มนตราเหมันต์คืบหน้าช้ากว่าอีกสองเรื่องมากๆ เพราะกว่าจะปรับตัวในเรื่องการเดินทางไปกลับจากโรงเรียน จำสายรถไฟกับรถเมล์ (สะมะเรียสับสนอย่างแรงเลยค่ะ) และเรื่องเรียนที่มีแต่เพื่อนๆ ชาวต่างชาติ กว่าจะลงตัวพี่เหมียวกับน้องบุ้งก็เขียนไปครึ่งเรื่องแล้ว

เริ่มต้นช้าอย่างเดียวสะมะเรียคงไม่เครียดเท่าไหร่แต่สะมะเรียเขียนช้าเป็นทุนเดิมด้วยนี่สิค่ะ เลยไปกันใหญ่ กว่ามนตราเหมันต์จะจบลงได้พี่เหมียวและน้องบุ้งก็ช่วยกันลุ้น(ช่วยกันเข็น)และให้กำลังใจมาโดยตลอดเลย

ผักบุ้ง : เป็นนิยายที่ใช้เวลาในการเตรียมการนานมาก ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกเราจะคุยพล็อตกันตั้งแต่ช่วงต้นปีค่ะ ต้องวางพล็อตและอะไรหลายๆอย่างให้มันต่อเนื่องกัน เพราะตอนแรกเลยเรื่องจะต่อกัน เนื่องจากตัวละครเป็นพี่น้องกัน แต่พอวางเสร็จแล้ว ก็ต้องจับมาแยกกันให้ไม่เกี่ยวกันเองอีก อย่างชื่อพ่อแม่ ชื่อเมืองที่คิดไว้ด้วยกันก็ต้องพากันเปลี่ยนให้เป็นคนละอย่าง

รู้สึกเหนื่อยและท้อเป็นบางเวลา ที่เราต้องทำอะไรซ้ำซ้อน T_______T แต่ก็สนุกดีค่ะ การเขียนนิยายเรื่องนี้ได้อะไรมาเยอะมาก ทั้งความอดทนของตัวเอง ได้ทำการบ้าน ได้ลองค้นหาอะไรใหม่ๆ (ที่ถึงแม้จะไม่ค่อยได้หยิบมาใช้ก็เถอะ) บางคนอาจจะมองว่า ผักบุ้งทำการบ้านมาแล้ว เขียนได้แค่นี้เหรอ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แต่ผักบุ้งว่าสิ่งที่เราได้จากการเขียนนิยายเรื่องนี้ก็คือความอดทน และการพัฒนาตัวเอง ซึ่งทุกคนย่อมมีอยู่แล้วในการเขียนนิยายแต่ละเรื่อง

ที่สำคัญคือ ความกดดัน ยอมรับว่ากดดันมากตอนเขียนเพราะพี่เหมียวกับพี่อ้อมโปรฯมาก พี่เขาเก่งในสายตาเราอยู่แล้ว ก็เลยทำให้เกิดเป็นความกังวลไปต่างๆนานา แต่ก็ได้กำลังใจดีๆจากพี่ๆทั้งสองคนมาตลอด จนในที่สุดก็ออกมาเป็นวสันต์รัญจวนเล่มนี้แหล่ะค่ะ ^^


ในชุดนิยายรัก3ฤดู ทั้งสามคนชอบตัวละครคนไหนเป็นพิเศษ

เก้าแต้ม : ชอบพระเอกของเรื่องคิมหันต์มายาค่ะ เพราะว่า เป็นคนที่แม้จะเคยเจ้าชู้ แต่เมื่อเจอคนที่รักจริงก็หยุดความเจ้าชู้เอาไว้ และเป็นผู้ชายโรแมนติกค่ะ

สะมะเรีย : ชอบ “ชีคซาฮาริช” ค่ะ ชื่อของพระเอกมีความหมายว่า เหมันต์ฤดู หรืออีกความหมายหนึ่งคือ สายลมยามเช้า ชีคหนุ่มจึงมีสองอุปนิสัยอยู่ในคนๆ เดียว ชอบทำเป็นเก๊กขรึม แต่อย่าเผลอเชียวนะคะชอบลวนลามนางเอกเป็นที่หนึ่ง มือไวทั้งๆ ที่ทำหน้านิ่งๆ อีกทั้งยังมักแสดงออกตรงข้ามกับหัวใจ  หรือที่เรียกว่าปากแข็งนั่นเอง เลยทำให้สะมะเรียชอบที่จะเขียนอากัปกิริยาของชีคซาฮาริชค่ะ
แล้วที่ขาดไม่ได้เลยก็คืออลิน สาวแกร่งที่ต้องตกปากรับงานจากผู้จัดการส่วนตัวอย่างไม่เต็มใจ เพราะพี่ชายฝาแฝดไปสร้างวีรกรรมจนทำให้เจ้าหนี้การพนันสั่งลูกน้องมาทำร้าย อลินจะเป็นผู้หญิงที่ทั้งแก่น ซุ่มซ่าม และไม่ยอมใคร ด้วยความซุ่มซ่ามผสมกับความเปิ่นนี่เองที่ทำให้ชีคซาฮาริชยอมเปิดหัวใจที่เคยปิดตายให้กับเธอค่ะ

ผักบุ้ง : ชอบ “มิมาร์ส” ค่ะ เป็นองครักษ์ของนางเอกในเรื่องวสันต์รัญจวน ที่ชอบเพราะรู้สึกว่ามิมาร์สเป็นองครักษ์ที่น่ารักมาก ภายนอกจะดูเงียบขรึม แต่จริงๆแล้วมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลา จิตใจอ่อนไหว เพราะแอบหลงรักนางเอกทั้งๆที่รู้ว่าไม่สามารถก้าวข้ามไปเป็นความรักได้ เนื่องจากแตกต่างกันในเรื่องฐานะและอะไรหลายๆอย่างค่ะ แต่ก็ยังซื่อสัตย์กับนางเอกเสมอต้นเสมอปลาย ตอนหลังจะมีผู้หญิงมาชอบมิมาร์ส ก็จะน่ารักๆค่ะ คู่นี้แต่งแล้วรู้สึกชอบและมีความสุข

สรุปก็คือผักบุ้งก็หลงรักมิมาร์สไปแล้วเต็มๆ ^^ แต่อย่าง ชาร์มิน พระเอกของเรื่อง ผักบุ้งก็ชอบเหมือนกันค่ะ ถึงในเรื่องจะเป็นว่าที่เจ้าผู้ครองแคว้น แต่ว่าชาร์มินก็ยังทำตัวบ้านๆ ติดดิน ด้วยความที่แคว้นของพ่อชาร์มินเป็นแคว้นเกษตรกรรม ตรงข้ามกับแคว้นของนางเอกที่จะออกไฮโซๆ มีตึกสูงๆ นางเอกก็จะมองว่าแคว้นของพระเอกบ้านนอก แต่จริงๆแล้วชาร์มินก็มีอะไรหลายอย่างในความบ้านนอกนั้นที่คนแต่งรู้สึกว่าเป็นตัวละครที่น่ารักมากอีกตัวหนึ่งเลยล่ะค่ะ ^^


ถ้าทั้งสามคนสามารถไปสถานที่ไหนก็ได้ในดินแดนทะเลทราย อยากจะไปเที่ยวที่ไหน

เก้าแต้ม : อยากไปประเทศดูไบค่ะ เพราะตอนที่หาข้อมูลนั้นรู้สึกว่า เป็นประเทศที่หน้าทึ่งมากๆ ที่ผู้ปกครองประเทศนั้นพยายามมุ่งมั่นพัฒนาทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปมาก ตอนที่ดูรูปหมู่เกาะต้นปาล์มทึ่งมากว่า ทำได้ไงเนี่ย

สะมะเรีย : อียิปต์...คือสถานที่ที่สะมะเรียใฝ่ฝันอยากจะไปมากที่สุด และคิดว่าชีวิตนี้จะต้องไปให้ได้เลยค่ะ สะมะเรียชอบประวัติศาสตร์ อารยธรรม พีระมิด และที่ชอบที่สุดก็คือพระนางคลีโอพัตตรา ได้อ่านประวัติของพระนางยิ่งทำให้ชอบและอยากจะไปอียิปต์สักครั้ง (ถ้าย้อนเวลากลับไปในอดีตเหมือนนิยายหลายๆ เล่มได้ก็คงจะดีนะคะ สะมะเรียอยากเห็นอิยิปต์ที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต แอบฝันกลางวันตอนตอบคำถามซะได้ 555) รองลงมาก็คือดูไบต้นแบบรัฐเจดดาห์ในเรื่องมนตราเหมันต์ค่ะ

ผักบุ้ง : ผักบุ้งอยากไปทะเลทรายโกบี (อิอิ) เริ่มต้นมาจากที่เราชอบอะไรเป็นจีนๆอยู่แล้วค่ะ อย่างนิยายเรื่องแรกที่แต่งก็มีตัวละครเป็นชื่อจีน เป็นคนฮ่องกง และผักบุ้งมีไอดอลเป็นคนไต้หวัน ก็เลยชอบอะไรที่เป็นจีนๆมาก จนนิยายส่วนมากจะค่อนไปทางจีนๆ อย่างตอนที่แต่งทะเลทรายเรื่องแรก ได้โจทย์มาจาก บ.ก. ว่าอยากให้แต่งทะเลทราย ผักบุ้งก็เสิร์ทก่อนเลย “จีนมีทะเลทรายอะไร” (ฮ่าๆๆ) จนได้รู้จักกับทะเลทรายโกบี (ที่ตอนแรกไม่รู้ด้วยว่ามีอยู่ในโลก -____-^) อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลทรายโกบีที่เจอในอินเตอร์เนตแล้วชอบ เพราะมันจะมีเรื่องของนักรบมองโกลมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเราสนใจอยู่เป็นทุน ก็เลยหยิบเอามาเป็นฉากในเรื่องภพรักฯ ค่ะ ตอนนี้ก็ยังหลงรักทะเลทรายโกบีอยู่ เพราะเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของเรา ถ้าหากมีโอกาสไปทะเลทราย ก็อยากไปสัมผัสทะเลทรายโกบีดูสักครั้งค่ะ อยากรู้ว่าวิถีชีวิตของชนเผ่ามองโกลจริงๆแล้ว จะต่างจากที่เราอ่านเจอในอินเตอร์เนตมากน้อยแค่ไหน ^^


อยากให้พูดถึงสเป๊กผู้ชายในฝันสักนิดหนึ่ง

เก้าแต้ม : ผู้ชายอบอุ่นโรแมนติกค่ะ อิอิ อันนี้เป็นแค่ความฝันนะคะ ชีวิตจริงก็ขอให้เป็นคนดีก็พอแล้วค่ะ

สะมะเรีย : ผู้ชายในฝันมักอยู่ในความฝัน...ชีวิตจริงหาผู้ชายเพอร์เฟ็กสักคนยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หากไม่นับรวมผู้ชายในนิยายที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็กแล้วล่ะก็ ผู้ชายในชีวิตจริงที่สะมะเรียฝันก็คือผู้ชายที่รักเราแบบไม่มีข้อแม้ รักเราที่เป็นเราจริงๆ ไม่ต้องหล่อ ไม่ต้องรวย ขอแค่มีความรักให้กับเรา และที่สำคัญต้องมีความรับผิดชอบและเป็นผู้นำที่ดีค่ะ ว่ากันว่ายิ่งอายุมากขึ้นสเปกผู้ชายก็ยิ่งลดน้อยลงสงสัยประโยคนี้คงใช้ได้จริงกับสะมะเรีย 555

ผักบุ้ง : เอาแบบในฝันเลยแล้วกันนะ (เพราะในความจริงท่าทางจะหายาก) ฮ่าๆๆๆ
ผักบุ้งชอบเจอร์รี่ F4 ค่ะ ตอนนี้กำลังคลั่งมากอย่างรุนแรง รู้สึกว่าหน้าตาแบบนี้อ่ะ ใช่เลย สเปกเรา แต่ว่าถ้าถามถึงนิสัยนะ ก็ต้องเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ เข้ากับเราและครอบครัวของเราได้ เป็นผู้นำที่ดี มีความคิดเป็นของตัวเอง มีเหตุผล รับฟังความคิดของเรา เป็นที่ปรึกษาให้เราได้ ที่สำคัญต้องรักเดียวใจเดียวด้วยค่ะ ^^ ไม่ทำตัวเสเพล ซึ่งคงจะหาไม่ได้อ่ะค่ะ แบบนี้ คานทองนิเวศน์เลยรออยู่ T________T แต่ถ้าจะเอาแบบที่เป็นไปได้ในความเป็นจริง ผักบุ้งคิดว่าแค่เขารักเราแบบไม่มีข้อแม้ มีความรับผิดชอบ และเข้ากับครอบครัวของเราได้ ก็น่าจะพอแล้วค่ะ ส่วนเรื่องหน้าตานี่ไม่ต้องหล่อเลิศมากมายก็ได้ แค่มองแล้วรู้สึกว่าไม่เบื่อก็พอ ^^


ทั้งสามคนมีอะไรจะกล่าวถึงเพื่อนกันเองบ้างไหมเอ่ย

เก้าแต้ม : อยากบอกว่า ดีใจมากที่ได้พบกับน้องทั้งสองคนนี้ แต่เดิมพี่ไม่ค่อยมีเพื่อนในอินเตอร์เนทเท่าไหร่ค่ะ เพราะว่า แก่แล้ว อิอิ แต่พอได้เจอกับน้องทั้งคู่ก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่า มิตรภาพที่แท้จริงนั้นหาไม่ยากเลยในโลกไซเบอร์ แม้ว่า ตอนนี้จะเขียนนิยายจบไปแล้วแต่เราก็ยังคงคุยเอ็มกันอยู่ค่ะ ขอบคุณน้องบุ้งและน้องสะมะเรียที่ช่วยเติมความสดใสให้กับชีวิตพี่ค่ะ

สะมะเรีย : พี่เหมียวจะเป็นพี่ใหญ่สุดเลยค่ะ เป็นพี่ที่น่ารักคอยให้คำปรึกษาน้องๆ เป็นคนที่ทำงานมีระเบียบ หรือเป็นเพราะสะมะเรียชิวเกินไปก็ไม่รู้ 555 แต่พี่เหมียวจะเป็นเหมือนนาฬิกาที่ติดอยู่กับระเบิดเวลา ดังติ๊กต๊อกๆ ทำให้สะมะเรียกับผักบุ้งอกสั่นขวัญแขวนต้องรีบเขียนนิยายตาลีตาลาน เพราะพี่เหมียวเขียนได้ไวมากๆ

ผักบุ้ง : พี่เหมียวจะค่อนข้างทำงานมีระเบียบแบบแผน ข้อมูลแน่น ทำงานไว มีความตั้งใจสูง เห็นแล้วทำให้เราอยากเอาเป็นแบบอย่างอย่างยิ่ง แต่ก็ทำไม่ค่อยจะได้ เพราะเราชอบอู้มาคุยเอ็มกับพี่อ้อม -____-“

สะมะเรีย : ส่วนน้องบุ้งจะค่อนข้างเข้าขากันค่ะ บางครั้งแชตคุยกันเพลินจนลืมเขียนนิยาย(ไม่ดีๆ) สะมะเรียกับน้องบุ้งจะแข่งกันเขียนนิยาย โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะจบเดือนไหนเพื่อกระตุ้นซึ่งกันและกัน แต่สะมะเรียจะแพ้ตลอด เพราะความจริงแล้วผักบุ้งมิใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นทศกัณฐ์กลับชาติมาเกิด มียี่สิบมือสองร้อยนิ้ว (ลองคิดภาพนิ้วสองร้อยนิ้วพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์สิคะ) เขียนนิยายได้ไวยิ่งกว่าลิงปีนต้นไม้ 555 (รักดอกจึงหยอกเล่น)

ผักบุ้ง : พี่อ้อมคุยเอ็มเก่งมากกกกก ขอย้ำว่ามาก...ถึงมากที่สุด แถมยังคุยสนุกจนเราติดลม ไม่ได้แต่งนิยาย ทั้งที่ปรกติดแล้วผักบุ้งเป็นคนเงียบๆ คุยไม่เก่ง พี่อ้อมก็ยังมีความสามารถในการชวนคุยได้ -____-^ (คารวะให้ศิษย์พี่หนึ่งจอก!) จนผักบุ้งกลายเป็นว่าวที่ชอบติดลมบนไปเลย ฮ่าๆๆ แต่อย่างหนึ่งที่นับถือพี่อ้อมก็คือ ถึงพี่อ้อมจะชิลล์ๆกับการแต่งนิยาย แต่ก็ไม่ได้เสียงานค่ะ พอถึงกำหนดส่ง พี่อ้อมก็ทำงานเสร็จ แถมยังทำได้ดีมากๆด้วยค่ะ แปะๆๆ (ปรบมือจากใจจริง) ^^


สุดท้าย มีอะไรจะฝากบอกผู้อ่านพิมพ์คำแม็กบ้าง

เก้าแต้ม : ขอฝากผลงานสามเล่มนี้เอาไว้ด้วยนะคะ เพราะว่า พวกเราตั้งใจมาก ตลอดสองเดือนกว่าที่เขียนเรื่องนี้แทบจะเรียกได้ว่า ต้องหาข้อมูลกันเยอะมากและเราก็ใส่ใจในรายละเอียดอย่างมากๆ หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะชื่นชอบ ตัวละครซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละฤดู ได้แต่ชาร์มาส ซาฮาริช และอามายา คนหนึ่งร้อนแรง คนหนึ่งเยือกเย็นและอีกคนก็อ่อนไหว

สะมะเรีย : ขอฝากนิยายทั้งสามเรื่อง คิมหันต์มายา มนตราเหมันต์ วสันต์รัญจวนไว้ในอ้อมกอดของเพื่อนๆ พิมพ์คำแม๊กด้วยนะคะ และฝากติดตามผลงานเล่มอื่นๆ ของพวกเราทั้งสามคนด้วยค่ะ ^___^

ผักบุ้ง : ฝากนิยายทั้งสามเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของพ่อแม่พี่น้องด้วยแล้วกันนะคะ (ลิเกมาก) แล้วก็ฝากผลงานเรื่องต่อไปของผักบุ้ง พี่อ้อม พี่เหมียว ไว้ ณ ที่นี้ค่ะ ^^

เก้าแต้ม : สิ่งหวังอยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับจากหนังสือสามเล่มนี้ก็คือ ความสุขและก็รอยยิ้ม เพราะนั่นถือเป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้เราสามคนก้าวต่อไป ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
 TYRINAL  26/10/2552 17:20:23
 
ไปทีี่ Forum
  ตกลง  
  Page
  Total Topic = Topics
  ค้นหา  
 
= กระทู้ปักหมุด
หากต้องการแสดงความคิดเห็น ต้อง Log in เข้าสู่ระบบก่อนค่ะ
บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายหนังสือคุณภาพ
18 ซอยลาดปลาเค้า 63 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทร. 0-2940-3855-6, 0-2940-3979-80 / โทรสาร. 0-2940-3970
Website : www.satapornbooks.co.th / Email : info@satapornbooks.co.th